กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Division of Central Administration , Maejo University

วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 ผู้อำนวยการกองกลาง ได้มอบหมายให้หัวหน้างานนำทีมบุคลากรกองกลาง เข้าร่วม “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย” ณ ลานอนุสาวรีย์ฯ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และรวมวางพวงมาลาในนามสำนักงานมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมรำลึกถึงอธิการบดีคนแรก ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

โดยในพิธีดังกล่าว ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในงาน  นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ตัวแทนศิษย์เก่าแม่โจ้แต่ละรุ่น และนักศึกษา ร่วมรำลึกอธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้ ผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” 

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 1 อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้ เป็นชาวจังหวัดแพร่ เกิดเมื่อวันที่ 12  มีนาคม 2459  หลังจากสอบไล่ได้มัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่  ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่  และย้ายมาเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ เมื่อปี 2477  ซึ่งถือเป็นรุ่น 1 รุ่นบุกเบิกและสร้างแม่โจ้   เมื่อจบจากแม่โจ้ท่านสอบชิงทุนหลวงไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์จนจบปริญญาตรี ปี พ.ศ. 2484  จึงกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่แม่โจ้ ตำแหน่งอาจารย์ผู้ปกครองนาน 6 ปี จากนั้นท่านไปลงสมัครผู้แทนราษฎร 2 ครั้ง  พอถึงปี พ.ศ. 2497 ท่านกลับเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ใหญ่ชั้นเอกของโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ จวบจนกระทั่งได้เป็นอธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ถึง 2 สมัย

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ท่านเป็นนักประชาธิปไตยตัวอย่าง เป็นผู้มีเมตตาธรรม เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนางานใหม่ๆเสมอ เป็นนักพัฒนาชนบท เป็นนักปกครองที่ดีเยี่ยม เป็น “ครู” ที่ประเสริฐ จากการทำงานหนักและผ่านประสบการณ์ต่างๆ ทำให้ชีวิตท่านแข็งแกร่ง ทรหดอดทน ไม่ท้อถอยและยอมแพ้ต่อปัญหา การดำเนินชีวิตที่ผ่านอุปสรรคมาได้ทำให้เกิดปรัชญาความจริงของชีวิต  ท่านได้ตระหนักถึงการเรียนและฝึกอบรมนักเรียนเกษตรต้องให้มีความอดทน ไม่ท้อถอย จึงจะสู้งานได้ทุกอย่าง  เป็นการหล่อหลอมนิสัยให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถเผชิญกับอุปสรรคและสามารถแก้ปัญหาลุล่วงได้ต่อไป  จึงนับเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาแม่โจ้สู่มิติใหม่ นักเรียนต้องมีความพร้อมและต้องการเรียนเกษตรจริง ๆ ซึ่งท่านได้กล่าวแสดงความยินดีต่อนักศึกษาที่ผ่านการทดสอบว่า  การเรียนเกษตรที่แม่โจ้นี้ ต้องฝึกความทรหดสู้งานทุกอย่างได้ ไม่ท้อถอย เพื่อจะได้เป็นลูกแม่โจ้ที่อดทน เข้มแข็ง ไม่กลัวงานหนัก งานหนักไม่เคยฆ่าคน ใครตายเพราะงานหนัก ครูจะสร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ที่แม่โจ้”

ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต  บุญศรี วังซ้าย  ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่  30 ตุลาคม 2527  บรรดาศิษย์เก่าแม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้กำหนดวันที่ 30 ตุลาคม ให้เป็น “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างและพัฒนาแม่โจ้ให้เจริญ เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการอาชีวเกษตรของประเทศไทย ผู้เป็นต้นแบบนักต่อสู้เอาชนะอุปสรรค และปลดแอกข้อจำกัดของวงการอาชีวเกษตรในอดีต เป็นคนต้นแบบลูกแม่โจ้ ตามปรัชญา “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” อันเป็นคติพจน์ประจำใจของ ลูกแม่โจ้จวบจนปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจาก 

MJU RADIO FM 95.50 MHz
สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยแม่โจ้ : วิทยุบริการสาธารณะ



ปรับปรุงข้อมูล : 31/10/2567 16:01:03     ที่มา : กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 464

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี
วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ แก่ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วศิน เจริญตัณธนกุล ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์" รองศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ" รองศาสตราจารย์ ว่าที่รอยตรี ดร.นิโรจน์ สินณรงค์ ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์" อาจารย์ ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "คณบดีคณะศิลปศาสตร์" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวลี อันพาพรม ในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ "ในการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 21/2568 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
17 ธันวาคม 2568     |      60
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จ.เชียงใหม่
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568 ” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา
2 ธันวาคม 2568     |      105
กองกลาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาระบบงานบริหารและธุรการ ที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาระบบงานบริหารและธุรการ ครั้งที่ 13 หัวข้อ "Transforming Work with AI: Driving Towards an Intelligent Future" “พลิกโฉมการทำงานด้วย AI: ขับเคลื่อนสู่อนาคตอัจฉริยะ”
วันที่ 13 - 14 พฤศจิกายน 2568  กองกลาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมกับ เครือข่ายพัฒนาระบบงานบริหารและธุรการ ที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาระบบงานบริหารและธุรการ ครั้งที่ 13 หัวข้อ "Transforming Work with AI: Driving Towards an Intelligent Future" “พลิกโฉมการทำงานด้วย AI: ขับเคลื่อนสู่อนาคตอัจฉริยะโดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรมเป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "Transforming Work with AI: Driving Towards an   Intelligent Future" หรือพลิกโฉมการทำงานด้วย AI: ขับเคลื่อนสู่อนาคตอัจฉริยะ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ และ นายเรวัต รัตนกาญจน์ ประธานที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) กล่าวรายงานณสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ในโอกาสนี้ ก่อนเริ่มกิจกรรม ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ หลังจากนั้นได้ดำเนินกิจกรรมเปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 13 ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย บุคลากรสายสนับสนุนจาก 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 179 คน เป็นกิจกรรม WORKSHOP ในหัวข้อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของ AI ที่ช่วยขับเคลื่อนงานสู่อนาคตอัจฉริยะและทำงานฉลาดขึ้นด้วย AI”  เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในการพัฒนาองค์กรและปรับปรุงกระบวนการทำงาน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากรโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานขององค์กรในทุกภาคส่วน การนำ AI มาประยุกต์ใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และช่วยให้การทำงานมีความแม่นยำและมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงกระทรวง อว.ออกแนวปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2568 เพื่อยกระดับการพัฒนากำลังคนด้าน AI ตามนโยบายดิจิทัลของประเทศ พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI  และนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานในองค์กรหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
18 พฤศจิกายน 2568     |      153